การอ่านวรรณกรรมของชาติใดๆ เปรียบเสมือนดั่งเราได้เรียนรู้วัฒนธรรมของชนชาตินั้นๆ เพราะวัฒนธรรมได้ถูกถ่ายทอดผ่านวรรณกรรม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งวรรณกรรมเพื่อนบ้านของเรา ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญที่มีสภาพทางภูมิศาสตร์ใกล้เคียงกับเรา และในปี 2558 ภูมิภาคนี้จะถูกหลอมรวมให้เป็น ประชาคมอาเซียน นั่นเป็นความจำเป็นที่เราจะต้องเรียนรู้ถึงวัฒนธรรมของประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน และวรรณกรรมเป็นเครื่องมือหนึ่งที่จะทำให้เราได้เรียนรู้เพื่อนบ้านได้เป็นอย่างดี
ก่อนอื่นขอเริ่มต้นนำเกร็ดเล็ก เกร็ดน้อยเกี่ยวกับรางวัลซีไรต์ ซึ่งเป็นกิจกรรมของประเทศสมาชิกอาเซียนที่ได้ทำร่วมกันมาเป็นเวลานาน
รางวัลซีไรต์ (อังกฤษ: S.E.A. Write) มีชื่อเต็มว่า รางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (อังกฤษ: Southeast Asian Writers Award) เริ่มก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2522 เป็นรางวัลประจำปีที่มอบให้แก่กวีและนักเขียนใน 10 ประเทศรัฐสมาชิกแห่งสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปัจจุบัน
โดยงานเขียนที่ได้รับรางวัลเป็นผลงานที่ได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวาง และมีงานเขียนหลากหลายรูปแบบที่ได้รับรางวัล อย่างเช่น กวีนิพนธ์ เรื่องสั้น นวนิยาย ละครเวที คติชนวิทยา รวมไปถึงงานเขียนด้านสารคดีและงานเขียนทางด้านศาสนา
ซีไรต์ก็เปรียบเสมือนกับ การสร้างลักษณะร่วมกันของเหล่าบรรดาสมาชิกอาเซียน ซึ่งเป็นการคัดเอางานเขียนเด่นๆ ในประเทศสมาชิก มาเผยแพร่เพื่อขยายออกสู่สังคมในวงกว้าง
ข้อมูลโดยสังเขปของวรรณกรรมบางประเทศของสมาชิกอาเซียน
วรรณกรรมมาเลเซีย
วรรณกรรมในภาษามาเลเซียจะเรียกว่า Sastera (ซัสเตอรา) โดยวรรณกรรมในมาเลเซียถูกแยกออก 7 สาขา คือ วรรณกรรมสมัยใหม่ วรรณกรรมคลาสสิค วรรณกรรมเปรียบเทียบ วรรณกรรมวิจารณ์ วรรณกรรมแห่งชาติ วรรณกรรมระหว่างประเทศ และการผลิตงานวรรณกรรม
นักเขียนชาวมาเลเซียร่วมสมัยคนสำคัญอาทิเช่น หัจญี อิสหาก เจ้าของผลงาน Putera Gunung Tahan (เจ้าชายภูเขาตาฮัน) ซึ่งเป็นนวนิยายที่ปลุกให้ชาวมลายูตื่นจากการหลีบอันมีผ้าห่มอันอบอุ่นของ ผู้ปกครองชาวอังกฤษที่คลุมอยู่ และซะห์นูน อะหมัด นักเขียนมาเลเซียคนสำคัญที่มีผลงานมากมาย ทั้งนวนิยาย เรื่องสั้นและบทความ โดยเฉพาะงานเขียนประเภทนวนิยายที่ดูเหมือนท่านจะโดดเด่นมากเป็นพิเศษ จนได้รับฉายาเป็น “บิดาแห่งนวนิยายมลายู(มาเลเซีย)” จนถึงปัจจุบันท่านเขียนนวนิยายมากกว่า ๓๐ เล่ม เรื่องสั้นมีมากมายนับไม่ถ้วน กล่าวได้ว่าหากพูดถึงวรรณกรรมมลายูร่วมสมัยเมื่อใด ถ้าไม่พูดถึงซะห์นูน อะห์มัดด้วยแล้วถือว่าไม่ครบสมบูรณ์
วรรณกรรมมาเลเซียที่แปลเป็นภาษาไทย อาทิเช่น โทรทัศน์, หุบเขาอาถรรพ์, ทาสแผ่นดิน, รวมเรื่องสั้นชุด กลับสู่ชนบท, กระแสชีวิต, ผู้เฒ่าที่เชิงเขา เป็นต้น
วรรณกรรมอินโดนีเซีย
หากกล่าวถึงวรรณกรรมในอินโดนีเซียต้องพูดถึง ปราโมทยา อนันตา ตูร์” นักเขียนผู้ยิ่งใหญ่แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปราโมทยา เป็นนักเขียนชาวอินโดนีเซียผู้โด่งดังในแวดวงวรรณกรรมโลก เป็นนักสู้ที่มีผลงานโดดเด่นในยุคแห่งการต่อสู้เพื่อปลดปล่อยอินโดนีเซียให้หลุดพ้นจากการเป็นอาณานิคมดัทช์ ผลงานของเขา ได้รับถ่ายทอดเป็นภาษาต่างๆ กว่า 20 ภาษา และเขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลโนเบลหลายปีซ้อน
ผลงานของเขาที่ได้รับการแปลเป็นภาษาไทย คือหนังสือชุดจตุรภาคบนเกาะบูรู (แผ่นดินของชีวิต, ผู้สืบทอ, รอยย่างก้าว, Rumah Kaca-กำลังดำเนินการแปล)
นอกเหนือจากผลงานของปราโมทยาแล้ว ในบ้านเรายังคงมีวรรณกรรมอินโดนีเซียที่แปลเป็นภาษาไทย คือ เสือผลงานโดยม็อคตาร์ ลูบิส เนื้อหาโดยสังเขป ได้เปรียบเทียบถึงอำนาจของผู้นำที่มีบุญญาบารมี ตัวละครแต่ละตัวในเรื่องล้วนมีความลับ คือ มีเสืออยู่ในตัวที่เขาต้องขับเคี่ยว
วรรณกรรมฟิลิปปินส์
นักเขียนคนสำคัญของฟิลิปปินส์ คือ โฮเซ ริซัล ผู้ถือเป็นบิดาแห่งประเทศราชและเอกราชของประเทศฟิลิปปินส์ เขียนนวนิยายเล่มโตมีชื่อเป็นภาษาไทยว่า อันล่วงละเมิดมิได้ ซึ่งเป็นวรรณกรรมที่แสดงให้ชาวฟิลิปปินส์เห็นว่า สังคมฟิลิปปินส์ในขณะนั้นเละเทะอย่างไร ถูกครอบงำจากสเปนอย่างไร และประชาชนควรจะทำอย่างไรบ้าง หนังสือเล่มนี้ถูกห้ามแพร่หลายเมื่อนำเข้าฟิลิปปินส์ และแล้วเขาก็เดินทางกลับฟิลิปปินส์ทั้งๆ ที่รู้ว่าเขาจะต้องตาย เขายอมเสียสละชีวิต เพื่อหนังสือเล่มนี้จะได้ให้แง่คิดแก่ชาวฟิลิปปินส์ชั่วกาลนาน

นวนิยายเล่มนี้เขียนขึ้นเป็นภาษาสเปน ในปี 1887 นอกจากจะให้อรรถรสที่สวยงามทางด้านภาษาแล้ว สิ่งที่สำคัญคือ การให้แง่คิดในทางการเมืองที่ไม่นิยมความรุนแรง ด้วยเหตุนี้เองจึงได้รับการแปลและการตีพิมพ์จากประเทศต่างๆ หลายภาษา เช่น ภาษาอังกฤษ รัสเซีย เยอรมัน จีน ญี่ปุ่น และในภาษาไทย
วรรณกรรมลาว
แวดวงวรรณกรรมลาวนั้นค่อยๆ พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ในกรอบของการเมืองการปกครอง การพิมพ์วารสารออกต่อเนื่องในลาว ค่อนข้างจะพัฒนาล่าช้ากว่าไทยมาก ประมาณครึ่งศตวรรษทีเดียว ประกอบกับมีปัญหาทางการเมืองการปกครองก็มีผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม ทำให้วรรณกรรมลาวพัฒนาไม่ต่อเนื่อง ไม่เต็มที่ รวมทั้งการวิจารณ์วรรณกรรมยังไม่พัฒนาเท่าที่ควร ถ้าเปรียบเทียบกับไทย เมื่อการเมืองการปกครองเป็นปึกแผ่นตั้งแต่ 2518 เป็นต้นมา วงวรรณกรรมก็พัฒนาเรื่อยๆ มาตามลำดับ แม้ช่วงแรกๆ เนื้อหาอาจจะวนเวียนเกี่ยวการปฏิวัติ อุดมการณ์ทางการเมืองสังคมนิยม ต่อมาก็คลี่คลายมากขึ้น
วรรณกรรมลาวที่สามารถหาอ่านได้เช่น มหากาพย์ ‘ท้าวฮุ่งท้าวเจือง’ , ไปตามจดหมาย รวมเรื่องสั้นนักเขียนลาวร่วมสมัย, พลิกแผ่นดิน ปล้นแผ่นฟ้า เป็นต้น
No related posts.


